พาส่องความเดือด! Irezumi War Vol.2 มหกรรมงานสักสไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Tattoo) ที่ใหญ่ที่สุดในไทย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในศิลปะบนเรือนร่าง และชื่นชอบความขลัง ความประณีต รวมถึงเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เส้นสายและหมึกสีดำ-แดงในแบบ “ลายสักญี่ปุ่น” หรือ “Irezumi” ย่อมไม่มีทางพลาดงานนี้เด็ดขาด!

ในครั้งนี้ ทีมงานสายลุยอย่างช่อง Tattoo Brothers สักแต่พูด ได้พาทุกคนไปบุกตะลุยงาน Irezumi War Vol.2 International Tattoo Conventions ซึ่งจัดขึ้นที่ Diamond Hall ชั้น 5 เซียร์รังสิต งานนี้ถือเป็นคอมมูนิตี้ที่รวมตัวช่างสักระดับท็อปทั้งชาวไทยและต่างชาติไว้มากกว่า 120 บูธ และจัดเต็มความเดือดตลอด 3 วัน บทความนี้จะพาทุกคนไปเก็บตกไฮไลท์และเจาะลึกวิถีคนรักรอยสักที่สะท้อนจากงานนี้กันครับ


จุดเด่นของงาน Irezumi War Vol.2 มีอะไรบ้าง?

ต่างจากงาน Tattoo Convention ทั่วไปที่จะรวมงานสักไว้หลากหลายแนว แต่งาน Irezumi War มีคอนเซปต์ที่ชัดเจนและแข็งแกร่งมาก คือ “เน้นสไตล์เจแปนนิส (Japanese Style) แบบ 100% เท่านั้น” ซึ่งการรวมช่างสักแนวเดียวได้มากถึง 120 บูธถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากมากในเมืองไทย

เป้าหมายหลักของการจัดงานในครั้งนี้ คือการผลักดันและเปิดพื้นที่ให้ช่างสักในประเทศไทยได้แสดงฝีมือ ซุ่มทำผลงานออกมาแข่งขัน และพัฒนาศักยภาพก้าวไกลไปสู่ระดับสากล รวมถึงเปิดโอกาสให้ช่างจากต่างจังหวัดกล้าที่จะก้าวออกมาเปิดบูธและส่งงานเข้าประกวดในเวทีระดับประเทศมากขึ้น

ไฮไลท์เด็ดที่ Tattoo Brothers พาไปเจาะลึก

การมาเยือนของ “โฮอิทาดะ” (HoriTada) ช่างสักระดับตำนานจากญี่ปุ่น

หนึ่งในไฮไลท์ที่ทำเอาหลายคนตื่นเต้นที่สุดคือ บูธของ HoriTada ศิลปินรอยสักอันดับท็อปจากประเทศญี่ปุ่น สไตล์งานของเขาจะเป็นแนว Traditional Japanese หรือแบบดั้งเดิมแท้ ๆ ที่เน้นการเล่าเรื่องราวผ่านตัวละคร ธรรมชาติ และดอกไม้ โดยจะคุมโทนสีไม่ให้ฉูดฉาดเกินไป แต่เน้นความขลังและความละเอียดของงาน ซึ่งถือเป็นต้นแบบ (Inspiration) ให้กับช่างสักในแถบเอเชียมากมาย

เทคนิคและงานสไตล์แปลกตาจากช่างต่างชาติ

  • HotBoy จากเวียดนาม: สำนักสักที่โดดเด่นในงานสไตล์สลักหิน (Stone Sculpture Look) โดดเด่นด้วยงาน Black and Gray ที่ใช้เทคนิคการไล่แสงเงาชั้นสูง เพื่อสร้างมิติให้ภาพดูราวกับรูปปั้นหินสามมิติ ซึ่งเป็นเทคนิคที่หาดูได้ยากในไทย
  • การรวมตัวของทีมช่างจากไต้หวันและฟิลิปปินส์: ที่บินตรงมาร่วมงานคอนเวนชันครั้งนี้ โดยมีการร่วมมือกัน (Collaborate) ทำงานขนาดใหญ่เพื่อส่งเข้าประกวดในประเภท Best of Show อีกด้วย

ฝีมือช่างไทยที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

ภายในงานเราจะได้เห็นฝีมือช่างไทยจากหลากหลายจังหวัด เช่น สุรินทร์, อุดรธานี, ลพบุรี, ระยอง และอยุธยา มาร่วมประชันฝีมือกันสด ๆ บนเวที โดยมีการปรับสไตล์งานญี่ปุ่นให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เช่น

  • การใช้เทคนิค Line Work, Fine Line และงานด็อต (Dot Work) ค่อย ๆ ขยี้ด้วยเข็มเบอร์เล็กเพื่อความสะอาดยิ่งขึ้น
  • การออกแบบตัวละครให้มีความอ่อนช้อย ไม่แข็งกระด้าง และมีการจัดวางองค์ประกอบ (Composition) ที่สวยงาม คุมโทนสีให้เข้ากับผิวของคนไทยได้อย่างลงตัว

เสน่ห์งานแฮนด์เมด และศิลปะ “เทโบะริ” (Tebori)

นอกเหนือจากการใช้เครื่องสักสมัยใหม่แล้ว ในงานยังมีช่างที่โชว์การสักแบบ เทโบะริ (Tebori) หรือการแทงหมึกด้วยมือสด ๆ ตามวิถีดั้งเดิมของญี่ปุ่น รวมถึงมีการจำหน่าย “งานแฟลช” (Flash Tattoo) หรือภาพวาดรอยสักต้นฉบับจากศิลปินในราคาที่จับต้องได้ ตลอดจนสินค้าแฮนด์เมดอย่างงานเครื่องหนังแท้ตอกลาย ให้ผู้ร่วมงานได้สะสมงานศิลปะนอกเหนือจากรอยสักบนผิวหนัง

เปิดใจช่างไทยและเทคนิคเลือก “อุปกรณ์” หลังบ้าน

สิ่งที่ทำให้งานสักออกมาสมบูรณ์แบบ นอกจากฝีมือของช่างแล้ว “อุปกรณ์” ก็สำคัญไม่แพ้กัน ทางช่อง Tattoo Brothers ได้เข้าไปพุดคุยกับช่างสักชื่อดังของไทยอย่าง ช่างเต๋อ (Ter Synbike) เกี่ยวกับการเลือกใช้เข็มสัก ซึ่งแบรนด์ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ช่างระดับมือโปรในงานนี้คือ WJX Cartridge Needle

ช่างเต๋อได้แชร์เทคนิคว่า เหตุผลที่เลือกใช้แบรนด์นี้ (โดยเฉพาะรุ่นท็อปอย่างรุ่น Ultimate) เพราะเป็นเข็มที่ช่วยให้ “สีติดง่ายและทำงานได้เร็วขึ้น” มีรหัสแยกชัดเจนว่าแบบไหนเหมาะสำหรับงานลงสี หรือแบบไหนเหมาะสำหรับงานเงา ที่สำคัญคือเรื่องของ QC (Quality Control) มาตรฐานดีเยี่ยม เปิดกล่องมาใช้งานได้เสถียรทุกเล่ม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงระหว่างทำงานประกวดที่มีเวลาจำกัดได้อย่างมาก

สรุปบรรยากาศงานและข้อมูลการเข้าชม

การแข่งขันในงานจะเข้มงวดมากตามสไตล์สากล เมื่อถึงเวลาหมดเวลาประกวดในแต่ละวัน (เช่น ประเภท Best of the Day) ช่างทุกคนจะต้องวางเครื่องสักทันทีเพื่อนำหุ่นเดินขึ้นไปตรวจบนเวทีให้คณะกรรมการตัดสิน ถือเป็นบรรยากาศที่ทั้งตื่นเต้นและเต็มไปด้วยสปิริตของศิลปิน

สำหรับใครที่สนใจอยากไปสัมผัสบรรยากาศงาน Tattoo Conventions ระดับอินเตอร์แบบนี้ หรือต้องการไปจองคิว (Booking) ช่างสักที่ถูกใจ สามารถติดตามข้อมูลการจัดงานในครั้งต่อ ๆ ไปได้เลยครับ โดยค่าเข้าชมงานทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ วันละ 250 บาท หรือบัตรผ่านแบบ 3 วัน 600 บาท (เวลาเปิด-ปิดงานประมาณ 09:00 – 20:00 น.)

บอกได้คำเดียวเลยว่า วงการสักประเทศไทยในปัจจุบันเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นมาก ใครที่อยากเสพศิลปะแนวเจแปนนิสแบบลึกซึ้ง งานนี้คือคำตอบที่แท้จริง!

เข้าสู่เว็บไซต์
Reccomended Products
Inked Brothers Recovery Cream (Minimal)
DUO SET (Gel & Cream)
Reccomended Event