เมื่อพูดถึงความลี้ลับ มนต์ดำ ไสยศาสตร์ และความเชื่อในสังคมไทย ชื่อของ “พี่ขึก – สิทธิชัย” หรือเมจิกไดเรกเตอร์ภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-ไสยศาสตร์ชั้นนำของไทย (เช่น ภาพยนตร์เรื่อง พนอ 2) มักจะเป็นที่พูดถึงในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ลึกซึ้งใน “ศาสตร์มืด” ล่าสุดพี่ขึกได้มาร่วมพูดคุยในรายการ Tattoo Brothers สักแต่พูด ในตอน “ซ่าให้สุดทาง…เจ้าพ่อไสยศาสตร์ ด้านมืด ?” เพื่อเปิดเผยตัวตนจริง เรื่องราวการลองของ และมุมมองต่อศิลปะรอยสักที่เชื่อมโยงกับความเชื่อนอกตำรา
ตัวตนที่แท้จริงของ “ขึก สิทธิชัย”: สุภาพบุรุษผู้มาพร้อมคำว่า “ขอรับ”
แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของขึก สิทธิชัย จะดูดุดัน น่าเกรงขาม และเกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับจนหลายคนมองว่าเป็น “เจ้าพ่อไสยศาสตร์ด้านมืด” แต่สำหรับแฟนๆ และคนใกล้ชิดที่ติดตามจะรู้ดีว่า ตัวจริงของพี่ขึกเป็นคนที่ไนซ์และนิสัยดีมาก สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวคือ การพูดคำว่า “ขอรับ” กับทุกคนอย่างสม่ำเสมอ แสดงถึงความสุภาพอ่อนน้อมที่สวนทางกับแนวภาพยนตร์สยองขวัญอันเขย่าขวัญที่เขาถนัดอย่างสิ้นเชิง
ไสยศาสตร์และมนต์ดำ: จากประสบการณ์ตรงสู่ภาพยนตร์ระดับประเทศ
ในการสัมภาษณ์ พี่ขึกได้แชร์มุมมองเกี่ยวกับการเปิดโลกคาถามนต์ดำและจักรวาลไสยศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่แค่การศึกษาเพื่อนำไปเขียนบทหรือกำกับหนังเท่านั้น แต่เกิดจากความหลงใหลและการศึกษาตำราอย่างจริงจัง รวมถึงประสบการณ์ “ลองของ” ที่เคยสัมผัสมาด้วยตัวเอง
เบื้องหลังความหลอน: พี่ขึกมักจะนำเรื่องราวลี้ลับ คาถาที่ใช้จริงในอดีต และพิธีกรรมทางไสยศาสตร์มาสอดแทรกในผลงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้ภาพยนตร์มีความสมจริงและเข้าถึงอารมณ์ความกลัวของคนดูได้ลึกที่สุด
ศิลปะรอยสัก x ไสยศาสตร์: เมื่อลวดลายบนผิวหนังไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่น
ในฐานะแขกรับเชิญของ Tattoo Brothers พี่ขึกได้ร่วมพูดคุยถึงเรื่องรอยสัก โดยในมุมมองของคนที่คลุกคลีอยู่กับศาสตร์แห่งความเชื่อ รอยสักไม่ได้เป็นเพียงศิลปะ (Art) หรือความเท่ทางแฟชั่นเท่านั้น แต่ในสังคมไทย รอยสักมีความผูกพันกับ “รอยสักยันต์” และ “การลงอาคม” มาตั้งแต่อดีต ลายสักแต่ละลายจึงมีเรื่องราว มีครูบาอาจารย์ และสะท้อนตัวตนของผู้เสพศาสตร์นี้อย่างชัดเจน





